เตรียมเอกสารไป work and travel ?????

สัมภาษณ์ Visa-J1 USA

น้องๆที่อยากไป ก็คงต้องหานายจ้าง ต้องดูด้วยนะค่ะว่า น้องๆชอบงานแบบไหน
หลังจากสอบสัมภาษณ์กับนายจ้างเสร็จเรียบร้อย ขั้นตอนต่อไปที่ต้องเจอก็คือการขอวีซ่าสำหรับเป็นใบผ่านทางเข้าสู่สหรัฐอเมริกา ซึ่งวีซ่านั้นก็มีหลากหลายประเภท สำหรับนักศึกษาที่ไปโครงการ Work&Travel นั้นจะต้องใช้วีซ่าประเภทชั่วคราว J-1 (Exchange Visitor Visas) ทางเอเจนซี่ก็จะดำเนินการเรื่องแบบฟอร์มต่างๆ (DS-156, DS-157, DS-158, DS-2019) และเรื่องการนัดวันสัมภาษณ์ให้ 

สำหรับเอกสารที่ต้องเตรียมไปสำหรับการขอวีซ่า มีดังนี้

1. DS-156, DS-157, DS-158, DS-2019 (ทาง Agency ที่เราไปจะเป็นผู้ดำเนินการให้ทั้งหมด)
2. ใบเสร็จค่าธรรมเนียมขอวีซ่า 4,454฿ (จ่ายที่ที่ทำการไปรษณีย์ทั่วประเทศ)
3. Transcript
4. ใบรับรองสถานภาพนักศึกษา
5. Statement ของผู้ปกครอง
6. ใบรับรองการทำงานผู้ปกครอง
7. Passport

หลังจากได้เอกสารที่ต้องเตรียมไปเองทุกอย่างเสร็จเรียบร้อยเมื่อวาน ก็ต้องเข้าไปให้ทางเอเจนซี่เชคความเรียบร้อย แล้วก็เซ็นชื่อในเอกสาร DS ต่างๆที่เค้าเตรียมไว้ให้ พี่เค้าก็บอกรายละเอียดการสัมภาษณ์ เวลาสถานที่ การแต่งกาย


ไปสัมภาษณ์วีซ่ากันเลยค่ะ ที่ ถ.วิทยุนะค่ะ ข้างหน้านั้นก็ไม่มีที่นั่งให้นะค่ะ เข้าไปรอข้างในก็ยังไม่ได้

ฝั่งตรงข้าม เยื้องๆไปทางขวาหน่อยจะมีร้านกาแฟเล็กๆชื่อ Coffee Bar แต่ถ้าเดินย้อนกลับไปทางเพลินจิต ก็จะมีทั้ง SE7EN ร้านอาหารตามสั่งประปราย ถัดขึ้นไปอีกจะเป็นตึก All Season ซึ่งมีทุกอย่างครบวงจรค่ะ ทั้ง TOPS, Au Bon Pain, ZEN, Food Court แล้วก็ Starbucks  

เมื่อถึงเวลาพี่ยามจะเปิดประตูเหล็กให้เข้าครั้งละประมาณ 5 คน! ตรงนี้เค้าจะขอดูใบสมัครกับ Passport แล้วก็เชคเวลาที่เราทำการนัดมา ถ้าตรงทุกอย่างก็ผ่านไปได้ไม่มีอะไรค่ะ แล้วก็ต้องฝากอุปกรณ์อิเล็กทรอนิคทุกอย่างไว้ตรงนี้ด้วย ทั้งมือถือ iPod รวมทั้งกุญแจด้วย ใช้บัตรประชาชนเป็นที่แลกของด้วยนะ แล้วก็ต้องเดินผ่านเครื่องตรวจอาวุธ สแกนกระเป๋า เรียบร้อยก็ผ่านเข้าไปข้างในได้ค่ะ .... ความปลอดภัยแน่นหนามากกกกกกจริงๆ 

ผ่านจุดตรวจความปลอดภัยมาแล้วก็จะเจอเคาน์เตอร์ที่จะมีพนักงานเชคเอกสารให้อีกครั้ง เค้าจะขอเอกสารที่เราเตรียมมาทั้งหมดไป แล้วก็จัดเรียงให้ใหม่หมด (ใบรับรองการทำงานของพ่อแม่ Statement ใบเสร็จลงทะเบียน ต่างๆนานาที่เราเตรียมไปไม่ได้ใช้เลย) 

ขั้นต่อไปก็จะเป็นการตรวจเอกสาร ตรวจลายนิ้วมือทั้ง 10นิ้ว และรับบัตรคิว พนักงานดุใช่เล่นเลยตรงนี้ คนที่ไม่ได้ผ่านการตรวจเอกสารครั้งแรกตรงเคาน์เตอร์มา หรือไม่มีซองส่งวีซ่ากลับก็โดนดุเลย "ไม่เห็นคนอื่นเค้าทำกันหรือไง เดินผ่านมาได้" ก็ต้องเข้าใจเค้าอะนะ วันๆคนมาทำวีซ่าน้อยเมื่อไหร่ ก็ต้องมีนอยด์กันบ้างอะ ตรงนี้ใช้เวลาไม่เกิน 5 นาที ก็จะถูกส่งต่อไปยังห้องด้านใน เป็นห้องนั่งรอคิวเรียกสัมภาษณ์

แต่สำหรับคนที่ไปเวิค ตอนนัดสัมภาษณ์ทางเอเจนซี่เค้าจะจัดกลุ่มนัดเวลามาให้แล้ว ก็จะมีป้าคนหนึ่งซึ่งเป็นพนักงานของทางสถานทูต เค้าจะเรียกให้มานั่งรวมตรงบริเวณหนึ่ง ถึงเวลาบ่ายโมงครึ่ง เค้าก็เรียกเด็กทั้งกลุ่มให้ไปเข้าแถวรอหน้าช่องสัมภาษณ์ 3 ช่อง
ก่อนอื่นให้ทักทายว่า "Good Afternoon" แล้วส่งซองเอกสารเข้าไป บอกชื่อ นามสกุล เรียนที่ไหน คณะอะไร เป็นต้น หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่เค้าก็จะถามอะไรเราเล็กๆน้อยๆ เช่น
- คุณเรียนอยู่ปีอะไร
- จะไปที่รัฐไหน
- จะไปทำงานที่ไหน ตำแหน่งอะไร
- จะไปอยู่กี่เดือน
- มีที่ไหนที่อยากไปเป็นพิเศษไหม
แต่ละคนโดนไม่เกิน 2 คำถามหรอก อย่างเราเค้าถามแค่อยู่ปีอะไร จะไปรัฐไหน แค่นั้นเอง ระหว่างนั้นเค้าก็จะเชค passport เชคเอกสารต่างๆนานา แล้วก็หันมาบอกให้เราเอานิ้วโป้งวางบนแป้น เสร็จแล้วเค้าก็หันมาพูดว่า i hope you enjoy.! เป็นอันจบสำหรับการขอวีซ่าอเมริกาค่ะ


หลังจากนั้นวีซ่าและ passport จะถูกส่งกลับไปเก็บไว้ที่เอเจนซี่กันทำหาย ขั้นตอนยากๆก็ผ่านไปหมดแล้ว เหลือแค่เรื่องตั๋วเครื่องบิน สอบให้เสร็จ มหาลัยปิดเทอม ก็เตรียมแพคกระเป๋าเดินขึ้นเครื่องเลย ! เย้ๆๆๆๆๆ

Category:

3 comments:

icezawiz said...

อยากทราบค่ะ ว่าเรื่อง statement ของผู้ปกครอง สำคัญมากมั้ยค่ะ จำเป้นต้องใช้ของพ่อแม่อย่างเดียวหรือเปล่า แล้วถ้าหากการไปworkของเราครั้งนี้ เป็นคุณยายออกค่าใช้จ่ายให้ เราต้องใช้statement ของท่านด้วยมั้ย ถามเยอะไปหน่อย อิอิ ขอบคุณล่วงหน้าค่ะ

Unknown said...

statement ของผู้ปกครอง ย้อนหลังกี่เดือนคะใช้ทั้งสองคนหรือเปล่าคะ

Unknown said...

statement ของผู้ปกครอง ย้อนหลังกี่เดือนคะใช้ทั้งสองคนหรือเปล่าคะ

Post a Comment